บทแห่งสายลมเหนือ

บทแห่งสายลมเหนือ
บทแห่งสายลมเหนือNameบทแห่งสายลมเหนือ
Type (Ingame)ไอเทมเควสต์
FamilyBook, loc_fam_book_family_1072
RarityRaritystrRaritystrRaritystr
Descriptionบทกวีที่บันทึกเรื่องราวของหัวหน้าประภาคารในแต่ละยุคสมัย เนื้อหาส่วนใหญ่สูญหายไปในภัยพิบัติครั้งก่อน ส่วนที่รวบรวมได้ในปัจจุบันเป็นเพียงบางส่วนเล็ก ๆ ของต้นฉบับเท่านั้น

Item Story

— Silvestr Petrovich Solovei —
VI
"...
หากท่านยินดีรับฟังความอัปยศอดสูของผู้เฒ่าที่ใกล้ตายคนนี้
เช่นนั้นข้าขอขอบพระคุณในน้ำใจอันดีงามของท่านยิ่งนัก
แต่จะถ่ายทอดความในใจออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร?
คำวิงวอนด้วยความสำนึกเสียใจ หาได้มีประโยชน์อันใดต่อวันพรุ่งนี้
ข้าเองก็เคยหลงเชื่อคำหวานของท่านลอร์ด
ปล่อยให้คำสัญญาอันจอมปลอมบดบังดวงตาจนมืดบอด
จนกระทั่งถึงคราวที่ต้องลาจาก พวกเราถึงได้รู้แจ้งเห็นจริง
ทั้งความหวังที่หลุดลอยไป และความเสียใจอันแสนเจ็บปวด

เหตุใดหลุมฝังศพจึงต้องทำให้หัวใจข้าทุกข์ตรมและโศกเศร้า
ในเมื่อสหายรัก บ้านเกิด และญาติสนิท
ต่างหลับใหลไปในราตรียาวนานที่ไร้ผู้เซ่นสรวงนานแล้ว?
ในความเงียบสงบที่เยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งและธารใส
ความโศกเศร้าและความเจ็บปวดย่อมจมดิ่งสู่ห้วงนิทราเช่นกัน
จะเป็นอะไรไปเล่า? ในเมื่อทั้งจินตนาการและคำอธิษฐานล้วนเปล่าประโยชน์
เพียงเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลรินอย่างสูญเปล่า
ข้าจึงต้องสาบานไว้ในใจเช่นนี้
แม้เป็นเพียงชั่วพริบตา แม้เพียงชั่วขณะเดียว
ก็ต้องทำให้หัวใจที่ยังเต้นและลุกโชนอยู่นี้
ความหลงใหลที่กัดกินเผาผลาญจิตวิญญาณของข้าอยู่นี้
หล่อหลอมออกมาเป็นแสงไฟชั่วขณะ เพื่อส่องสว่างแก่สรวงสวรรค์แห่งนี้

เจ้าเคยเห็นความฝันที่สว่างไสวยิ่งกว่าทองคำหรือไม่?
เคยจดจำหรือไม่ว่าจะเกลียดอย่างไร จะรักอย่างไร?
เมฆยามตะวันรอนค่อย ๆ สลายไปในยามพลบค่ำ
ลมราตรีที่พัดโชยมามักจะพัดควันบางเบาให้กระจายหายไป
กระแสกาลไหลผ่านไปไม่เคยหยุดนิ่ง วันวานที่ผันผ่านมิอาจหวนคืน
บางทีเจ้าอาจยังจำได้ หรืออาจจะลืมไปแล้ว
แต่เจ้ารู้ดีว่า ต้องมีใครสักคนจุดไฟให้สว่าง
แม้จะอยู่ในทุ่งหิมะ แม้จะอยู่ในชายแดนก็ตาม
..."


VIII
ชะล้างแสงจันทร์ที่ซีดเซียวราวกับสีของน้ำค้างแข็ง
นักรบผู้กล้าหาญมุ่งหน้าสู่ดินแดนอันห่างไกล
วิญญาณนับไม่ถ้วนถูกฝังอยู่ในซากปรักหักพัง
ผู้กล้ามากมายนับไม่ถ้วนล้วนสิ้นชีพในสายหมอกนั้น
ฝูงอสูรอันมืดมิดห้อตะบึงฝ่าทุ่งรกร้าง
เหยียบย่ำความหวังของสรรพชีวิต
ไนติงเกลหล่อหลอมลำแสงแรกบนยอดเขา
สยบความคลุ้มคลั่งที่หิวกระหายไม่รู้จบ

ลมหนาวเสียดกระดูกโชยพัดมาเป็นระลอก ภัยพิบัติจมดิ่งสู่แสงสีดำ
เขาเหลือบเห็นรุ่งอรุณที่หยุดนิ่ง และวันวานอันเป็นนิรันดร์
โชคชะตาหมุนเวียนไปในสายลม แล่นผ่านผู้ที่ยังอยู่และผู้วายชนม์
เสียงพิณแห่งราตรีอันยาวนานขจรขจายและเลือนลับ ดั่งกลิ่นหอมของมวลพฤกษาที่ร่วงหล่นในยามต้นวสันต์
เมื่อม่านหิมะแห่งฟากฟ้าถูกเปิดออก ไนติงเกลจะขับขานบทเพลงสรรเสริญสุริยา

รุ่นที่เกรียงไกรดุจสายฟ้า
รุ่นที่มั่นคงดุจสนไพร
รุ่นที่ทรงพลังดุจคลื่นสมุทร
รุ่นที่บ้าคลั่งดุจพายุโหมกระหน่ำ
สืบทอดนามนั้นด้วยกาลเวลา

...

—— Sergei Semyonovich Mayakov ——
III
การต่อสู้ที่ห่างชั้น และการต่อสู้ที่สิ้นหวัง
ด้านหนึ่งคือคลื่นยักษ์สีดำมืดมิดที่ไร้ขอบเขต
อีกด้านหนึ่งคือชายชราที่สังขารโรยแรง
และดาบที่เขากำแน่นไว้ในมือ

เสียงจากภายในหมอกนั้นได้กล่าวกับเขาว่า:
เจ้าคนโฉดผู้มืดมัว และระห่ำด้วยโมหะ
เจ้าไม่สนใจเพื่อนร่วมรบที่เชื่อใจเจ้าเลยหรือไร?
เจ้า Mayakov คนวิกลจริตผู้เย่อหยิ่ง
เพียงเพื่อเกียรติยศอันชั่วร้ายของเจ้า
เจ้ากำลังจะทำให้เด็กหนุ่มต้องตาย
ทำให้แม่ของพวกเขาไม่ได้เจอลูกชายอีก
ทำให้ลูกของพวกเขาไม่ได้พบเจอผู้เป็นพ่ออีก
น่าสงสารเด็กกำพร้าที่เจ้าแสร้งทำเป็นใจดีรับเลี้ยงไว้
ที่ต้องมาสัมผัสกับความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่ออีกครั้ง
ทำไมถึงไม่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือล่ะ?
ทำไมถึงต้องปล่อยให้ประภาคารจมดิ่งสู่ความมืดมนเสียล่ะ?
ทำไมต้องพรากความหวังจากผู้ติดตามของเจ้าไป
แล้วปล่อยให้พวกเขาต้องเผชิญกับความตายท่ามกลางความสิ้นหวังล่ะ?
ตาเฒ่าที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้นี่!
พวกเขาทั้งหมดตายเพราะความทะเยอทะยานของเจ้า
ไม่มีใครมาเก็บศพของพวกเขาอีกต่อไป
Mayakov ที่รัก ยอมแพ้เสียเถอะ
เพื่อสันติภาพ ให้พวกเขาได้รับการไถ่บาป

เขาทอดสายตามองไปที่ทะเลอย่างเศร้าหมอง
ขัดขวานในมือจนวาววับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

TopButton